เมื่อยูเวนตุสไม่ต่อสัญญาดีบาล่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้?

เมื่อยูเวนตุสไม่ต่อสัญญาดีบาล่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้?
ถ้าพูดถึงข่าวการย้ายทีม ข่าวใหญ่ในวันนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ เปาโล ดีบาล่า กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของสโมสรยูเวนตุส ที่จะไม่ต่อสัญญาใหม่กับทีมม้าลาย และจะย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากสัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงพอดี

แน่นอนว่าถ้าพูดถึง ดีบาล่า เราคงไม่ได้มองว่าเขาเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในเวลานี้ แต่ถ้าบอกว่าเขาคือกองหน้าชั้นยอดหรือไม่ แน่นอนว่าคำตอบคือใช่อย่างไม่ต้องสงสัย และจากการรายงานข่าวที่บอกว่าเขาจะย้ายออกจาก ยูเวนตุส แบบฟรีๆ นั้น ย่อมทำให้หลายๆ ทีมใหญ่ในยุโรปต้องขยับตัวกันบ้าง โดยเฉพาะทีมที่อยากได้กองหน้ารายใหม่เข้าสู่ทีม การได้แนวรุกอย่าง ดีบาล่า ไปร่วมทีมแบบฟรีๆ นั้น เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน


แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงฟอร์มในปัจจุบันของ ดีบาล่า รวมถึงทีมที่น่าจะแสดงความสนใจในตัวเขา เราย้อนกลับมาดูที่ข่าวกันก่อนว่าทำไม ยูเวนตุส กับ ดีบาล่า ถึงตกลงเรื่องสัญญาใหม่กันไม่ได้ และที่มาที่ไปในเรื่องนี้มันเป็นอย่างไร


ก่อนที่สถานการณ์สัญญาของ ดีบาล่า จะเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของเขากับ ยูเวนตุส ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายเจรจากันมาตลอดตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์เรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่


ดีบาล่า ต้องการอยู่กับ ยูเวนตุส ต่อไปอยู่แล้ว ขณะที่ทางยูเว่ก็ไม่ได้อยากจะเสียกองหน้ารายนี้ออกจากทีมไป เรียกได้ว่าความต้องการตรงกันทั้งสองฝ่าย


ถ้าจำกันได้ เมื่อปี 2019 ตอนนั้นเคยมีข่าวรุนแรงมากว่า แมนฯ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยากจะได้ ดีบาล่า ไปเสริมทีม โดยทางทีมปีศาจแดงจะเอา โรเมลู ลูกากู เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ขณะที่ทางฝั่ง สเปอร์ส ก็มี เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ที่เป็นคนบ้านเดียวกันอยากดึงไปร่วมงานด้วย


ทั้งสองทีมยื่นข้อเสนอเข้าไปให้ ยูเวนตุส พิจารณาเหมือนกัน และทีมม้าลายก็ไม่ปฏิเสธ จึงอนุญาตให้ทั้งสองทีมไปเจรจากับเอเยนต์ของนักเตะได้ กลายเป็นข่าวที่ฮือฮามากในตอนนั้น


แต่ในท้ายที่สุด การย้ายทีมของ ดีบาล่า มายังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะ ดีบาล่า เรียกร้องค่าเหนื่อยเป็นจำนวนมหาศาล ในระดับที่เรียกว่าอาจจะแพงที่สุดในลีกในเวลานั้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีค่าธรรมเนียมของเอเยนต์ ที่เป็นเงินอีกหลายล้านปอนด์ จนทำให้ในที่สุด ทั้งสองทีมที่ตกเป็นข่าวอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ส ต้องล่าถอยไป


ซึ่งถ้าถามว่าทำไม ดีบาล่า ถึงเรียกค่าเหนื่อยแพงขนาดนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้อยากย้ายออกจาก ยูเวนตุส ตั้งแต่แรกนั่นเอง เขาถึงจงใจเรียกเงินแพงๆ เพื่อให้การเจรจาล่ม สุดท้าย ยูเวนตุส ก็ไม่ได้ขาย ดีบาล่า และ ลูกากู ก็ไม่ได้ย้ายไปเล่นที่ ตูริน แต่กลายเป็นได้ย้ายไปสวมเสื้อสีน้ำเงิน-ดำของ อินเตอร์ มิลาน แทน 


ตัดกลับมาในปัจจุบัน ในเมื่อความต้องการของทั้งสองฝ่ายตรงกันทำไม่การต่อสัญญาถึงยังไม่เกิดขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าปัญหาอยู่ที่คือค่าเหนื่อยที่ตอนแรก ดีบาล่า อยากจะได้ปีละ 10 ล้านยูโรไม่รวมโบนัส แต่ทาง ยูเวนตุส มองว่าเป็นราคาที่แพงเกินไป ทำให้การต่อสัญญาไม่สามารถได้ข้อยุติ


จนกระทั่งในช่วงประมาณปลายปีที่ผ่านมา ราวๆ เดือนตุลาคม การต่อรองเหมือนจะได้ข้อสรุปออกมาแบบคร่าวๆ ว่า ดีบาล่า จะยอมลดค่าเหนื่อยจากการเจรจาก่อนหน้านี้ จาก 10 ล้านยูโรต่อปี กลายเป็นเหลือปีละ 8 ล้านยูโร แต่จะมีโบนัสเพิ่มเติม 2 ล้านยูโร ซึ่งขึ้นอยู่กับผลงานของเจ้าตัวว่าทำได้ตามเงื่อนไขหรือไม่ อาทิ จำนวนนัดในการลงสนาม หรือการช่วยให้ยูเว่คว้าแชมป์รายการสำคัญ หรือการช่วยให้ทีมทำอันดับไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ เป็นต้น


ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะตกลงกันได้ตามนั้น และทาง ยูเวนตุส ได้แจ้งกับทางนักเตะว่าค่อยมาต่อสัญญากันจริงๆ ในช่วงราวๆ กุมภาพันธ์หรือมีนาคม


แต่ไปๆ มาๆ ยูเวนตุส กลับไม่ได้ทำตามอย่างที่บอก อาจจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บของ ดีบาล่า ในฤดูกาลนี้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเกินไป รวมๆ แล้วเกิดขึ้นถึง 6 ครั้งในรอบ 6 เดือน เฉลี่ยแล้วบาดเจ็บทุกๆ หนึ่งเดือน พลาดการลงสนามช่วยทีมไปถึง 15 นัด ซึ่งอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น มักจะเป็นอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ


นั่นทำให้ ยูเวนตุส ้กิดความไม่แน่ใจ และกลับมาขอต่อรองข้อเสนอในสัญญาใหม่อีกครั้ง โดยคราวนี้จะขอลดค่าเหนื่อยลงมาเป็น 7 ล้านยูโรต่อปี และไปเพิ่มฝั่งโบนัสเป็น 3 ล้านยูโรแทน คือรวมกันแล้วอาจจะยังอยู่ที่ปีละ 10 ล้านยูโร แต่เงินที่ต้องจ่ายแบบการันตีนั้นลดลง ซึ่งแน่นอนว่าได้สร้างความไม่พอใจให้กับทาง ดีบาล่า ไม่น้อย


และเมื่อวันจันทร์ที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการเจรจากันอีกครั้งระหว่างตัวแทนของ ดีบาล่า กับทาง ยูเวนตุส ซึ่งผลปรากฏว่าเจรจากันไม่ลงตัว และการต่อสัญญาจะไม่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ในตอนนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่า ดีบาล่า จะย้ายออกจากยูเว่หลังจบฤดูกาลนี้แบบไม่มีค่าตัวทันที


รายงานข่าวที่ออกมาว่าการต่อสัญญาจะไม่เกิดขึ้นแล้ว ในทางทฤษฎีนั้นยังมีความเป็นไปได้เหลืออยู่ เพราะตกลงกันวันนี้ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าวันพรุ่งนี้จะตกลงกันไม่ได้เสียหน่อย


บางที ยูเวนตุส อาจจะยอมจ่ายตามที่ ดีบาล่า เรียกร้อง หรือบางทีอาจเป็นทาง ดีบาล่า เองที่ยอมทาง ยูเวนตุส และต่อสัญญาใหม่ต่อไปก็ได้


แต่ตามธรรมชาติแล้ว ไม่มีนักเตะคนไหนยอมลดค่าเหนื่อยตัวเองลงมาเพื่อต่อสัญญาใหม่แน่นอน ถ้าหากว่าเขาไม่ได้อยู่ในช่วงปลายอาชีพ หรือกำลังอยู่ในช่วงขาลง ยิ่ง ดีบาล่า อายุเพียง 28 ปี หากว่าย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว มีหรือว่าจะหาทีมใหม่ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ ยูเวนตุส และเปย์ค่าเหนื่อยตามที่เขาต้องการไม่ได้


ดังนั้น การเจรจาที่ล่มลงไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้กลายๆ ว่า ปีนี้คือฤดูกาลสุดท้ายของ ดีบาล่า กับ ยูเวนตุส แล้วนั่นเอง หลังย้ายมาจาก ปาแลร์โม่ เมื่อปี 2015 และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด ทำสถิติยิงไป 113 ประตูจากการลงสนามให้ยูเว่ 283 นัด และยังคว้าแชมป์กับทีมมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ เซเรีย อา 5 สมัย, โคปปา อิตาเลีย อีก 4 สมัย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า อีก 3 สมัย รวมแล้ว 12 โทรฟี่ในรอบ 7 ปี 


คำถามต่อจากนี้ก็คือ แล้วสโมสรไหนล่ะที่จะได้ตัว ดีบาล่า ไปร่วมทีม?


ถ้าตามข่าวที่ออกมา โอกาสที่ ดีบาล่า จะย้ายออกจาก อิตาลี น่าจะมีมากกว่าอยู่ต่อ แม้ว่าจะมีข่าวลือว่า อินเตอร์ มิลาน กำลังจับตามองอยู่อย่างใกล้ชิดก็ตาม


แต่ถ้าอยากได้ค่าเหนื่อยงามๆ และได้เปลี่ยนบรรยากาศ การย้ายไปหาความท้าทายใหม่ๆ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากที่สุด และมีหลายทีมที่น่าจะอยากได้เขาไปเสริมทัพ อาทิ แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส ที่มีโอกาสมองหากองหน้ารายใหม่เข้ามาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์


ยังไม่รวมถึงการย้ายไปเล่นใน ลา ลีกา สเปน ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้น เช่นเดียวกันกับการย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน


เริ่มต้นที่อังกฤษกันก่อน กับ 4 ทีมที่กล่าวมาอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส


สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใครๆ ก็รู้กันว่ากำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ทั้งในส่วนของกุนซือและตัวผู้เล่น จะมีบางส่วนถูกปล่อยออกจากทีมไปแน่นอน และทีมก็ต้องหากองหน้าเพิ่มแน่ๆ เพราะ เอดินสัน คาวานี่ จะหมดสัญญา ส่วน อองโตนี่ มาร์กซิยาล ก็ไม่รู้ว่าจะถูกขายออกจากทีมหรือไม่ รวมถึง เมสัน กรีนวู้ด ที่มีปัญหาเรื่องคดีความ อาจจะต้องตัดทิ้งออกจากทีมไปก่อนเลย


ประกอบกับที่ทีมปีศาจแดงเคยแสดงความสนใจในตัว ดีบาล่า มาแล้วครั้งนึง มาครั้งนี้ค่าตัวก็ไม่ต้องเสีย ส่วนค่าเหนื่อยทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นประเภทใจป้ำอยู่แล้ว หากคุยกันจริงๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ที่สำคัญอาจจะได้คอนเนคชั่นจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เคยเล่นด้วยกันตอนที่อยู่ ยูเวนตุส เข้ามาช่วยคุยให้อีกแรง


ลำดับถัดมาคือ แมนฯ ซิตี้ อย่างที่ทราบกันดีว่าทีมเรือใบสีฟ้ายังต้องการกองหน้าเข้ามาเสริมทัพ หลังจากที่พลาดได้ตัว แฮร์รี่ เคน ไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ ถึงแม้ว่าทีมยังมีผลงานดี มีลุ้น 3 แชมป์ในฤดูกาลนี้ แต่มันคงจะดีกว่านี้สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถ้าหากว่าเขาได้กองหน้ารายใหม่เขามาเพิ่มแทนที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ย้ายออกไปเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว


ถ้า แมนฯ ซิตี้ เอาจริง บอกเลยว่ามีโอกาสได้ตัวสูง แต่เอาเข้าจริงเป้าหมายของ ซิตี้ อาจจะไม่ใช่ ดีบาล่า แต่เป็น เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ มากกว่า เพราะนักเตะมีค่าฉีกสัญญาจาก ดอร์ทมุนด์ ในซัมเมอร์นี้เพียง 70 ล้านยูโร ด้วยอายุที่น้อยกว่า และเป็นกองหน้าที่เป็นสไตรค์เกอร์โดยธรรมชาติ อาจจะเหมาะกับสิ่งที่ ซิตี้ กำลังตามหามากกว่า ดังนั้นบางทีทีมเรือใบอาจจะหันไปหา ฮาแลนด์ และมองข้าม ดีบาล่า ไป ก็เป็นได้


ทีมต่อมาคือ ลิเวอร์พูล ทำไมทีมหงส์แดงถึงถูกจับโยงกับ ดีบาล่า เพราะที่ผ่านมามีข่าวลืออยู่เป็นระยะว่าพวกเขาแอบสนใจในตัวกองหน้าอาร์เจนไตน์รายนี้เหมือนกัน สาเหตุหลักๆ ก็เป็นเพราะสามารถดึงมาร่วมทีมแบบฟรีๆ ได้นั่นเอง


นอกจากนี้มันก็ยังมีโอกาสที่ ลิเวอร์พูล อาจจะต้องเสียกองหน้าบางรายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ หากว่าสุดท้ายแล้ว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ เชื่อว่าทางทีมหงส์แดงคงไม่ปล่อยให้ "บังโม" รอย้ายฟรีในปีถัดไปแน่ แต่อาจจะยอมขายเลยหากว่าได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ


ยังไม่รวมถึง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ที่ระยะหลังเริ่มหลุดจากตำแหน่งตัวจริง และตำแหน่งของ ดีบาล่า สามารถเล่นเป็นกองหน้าในสไตล์แบบที่ ฟิร์มิโน่ เป็นได้พอดี หากว่าเก็บ ซาลาห์ ไว้ แล้วเลือกขาย ฟิร์มิโน่ การนำตัว ดีบาล่า ที่ได้มาแบบฟรีๆ ก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน


สุดท้ายคือ สเปอร์ส อย่างที่รู้กันว่าบางทีจบฤดูกาลนี้ แฮร์รี่ เคน อาจจะไม่อยู่กับทีมต่อแล้ว เขาน่าจะต้องการย้ายไปไหนสักที่ ที่สามารถทำให้เขาได้ลุ้นแชมป์มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นหากว่าขาย เคน ออกไป และไปดึง ดีบาล่า มาร่วมทีมแบบฟรีๆ มันก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกันสำหรับทีมไก่เดือยทอง


นอกจากนี้ ที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ สเปอร์ส มี ฟาบิโอ ปาราติชี่ อดีต ผอ. กีฬาของยูเว่ นั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการให้อยู่ จากคอนเนคชั่นที่มี มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่า สเปอร์ส อาจจะเป็นม้ามืดในดีลของ ดีบาล่า เพราะตลาดรอบมกราคมที่ผ่าน ก็เป็น ปาราติชี่ นี่แหละที่ใช้กำลังภายในดึงตัว เดยัน คูลูเซฟสกี้ และ โรดริโก้ เบนตานกูร์ มาจาก ยูเวนตุส ได้


ส่วนการย้ายไปเล่นใน ลา ลีกา มีข่าวลือว่า แอตเลติโก มาดริด กำลังรอเสียบ ส่วน บาร์เซโลน่า อาจจะมีความเป็นไปได้เล็กๆ แต่ด้วยปัญหาทางการเงินอาจจะต้องขอผ่านไปก่อน ขณะที่ เรอัล มาดริด คงไม่น่าจะสนใจ ดีบาล่า ในเวลานี้ เพราะเป้าหมายที่พวกเขาต้องการทำให้สำเร็จ คือการดึงตัว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งต้องใช้เงินในส่วนที่เป็นค่าเหนื่อยนักเตะค่อนข้างมาก


ส่วนการย้ายไปเล่นใน ลีก เอิง กับ เปแอสเช ก็มีความเป็นได้อยู่เหมือนกัน เพราะถ้า เอ็มบั๊ปเป้ ย้ายจริงๆ ปารีสฯ ก็ต้องหากองหน้ารายใหม่มาเพิ่ม ซึ่งในส่วนของการเงินนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อยู่ที่ตัว ดีบาล่า เองมากกว่าว่าจะอยากย้ายไปเล่นที่ฝรั่งเศสหรือไม่


บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ ถ้าสุดท้าย ยูเวนตุส ตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับ ดีบาล่า จริงๆ การย้ายทีมหลังจบฤดูกาลก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนเจ้าตัวจะเลือกย้ายไปเล่นให้กับทีมไหน ก็อยู่ที่ว่าทีมใดจะยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจให้กับเขาได้มากที่สุด และจุดหมายปลายทางก็ไม่น่าหลุดไปจากทีมต่างๆ ที่กล่าวถึงไปในข้างต้นนี้อย่างแน่นอน...


JOVEN

ภาพจาก Getty Images

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website : www.truevisions.co.th

Facebook : Truevisions

Twitter : @TrueVisions

Line : @Truevisions

Youtube official : Truevisionsofficial

Instagram : Truevisionsofficial