เก้าอี้กุนซือของ ไมเคิ่ล คาร์ริค เริ่มร้อนขึ้นทุกวัน และการพูดคุยเรื่องกุนซือใหม่เป็นเรื่องที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างก็จับตา เขาคือตำนานผู้ยิ่งใหญ่ด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย แต่การกู้วิกฤตครั้งนี้อาจต้องการยอดฝีมือที่มีบารมีและแท็กติกขั้นสูงอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้
1. คอนเต้ มีความสำเร็จที่จับต้องได้ (Fast-Track Success)
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ชื่อของ คอนเต้ โดนกยิบยกขึ้นมาไม่ใช่เพราะการว่างงาน แต่ คอนเต้ คนที่พาทีมชนะได้อย่างรวดเร็ว
ปีแรกที่เข้ามาในอังกฤษ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016 ถึง 2017 ทันที พร้อมสถิติชนะ 30 จาก 38 นัด เก็บได้ถึง 93 คะแนน มีอัตราการชนะ (Win Rate) สูงถึง 67.1 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงคุมเชลซี ซึ่งเหนือกว่ากุนซือยุคหลังเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทุกคน
ที่ อินเตอร์ มิลาน คอนเต้ พาทีมคว้าแชมป์ เซเรียอา เมื่อเข้ามาคุมทีมในฤดูกาลที่ 2 หยุดการครอบครองแชมป์ 9 ปีซ้อนของ ยูเวนตุส
เมื่อย้ายไป นาโปลี คอนเต้ พาทีมกลับมาคว้าแชมป์ เซเรีย อา อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลแรก
2. เชี่ยวชาญการกู้วิกฤตฉุกเฉินกลางฤดูกาล
หากแมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปลดคาร์ริคช่วงกลางฤดูกาล คอนเต้เคยพิสูจน์แล้วว่าทำได้ดีเยี่ยม ดังเช่นตอนรับงานคุม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เขาสามารถเข็นทีมจากอันดับกลางตารางทะยานติด Top 4 คว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีก ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก
3. วัฒนธรรมผู้ชนะ ยกระดับวินัยและความเข้มข้นในห้องแต่งตัว
สิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไปตลอดทศวรรษคือ ระบบระเบียบและจิตวิญญาณแห่งชัยชนะ คอนเต้เป็นกุนซือสไตล์ยอมหักไม่ยอมงอ คุมซ้อมเคี่ยวกรำ ปรับเปลี่ยนโภชนาการ และรีดศักยภาพนักเตะออกมาจนถึงขีดสุด เปลี่ยนทีมที่เหยาะแยะให้กลายเป็นเครื่องจักรสีแดงที่กระศาษชัยชนะ
4. ลบล้างมายาคติเรื่องการทำลายรากฐานระยะยาว
หลายฝ่ายกังวลว่า คอนเต้ เป็นกุนซือสายมรสุมที่พาสโมสรพังพินาศหลังลาออก แต่นั่นไม่เป็นความจริง ดูได้จาก อินเตอร์ มิลาน ที่หลังจากคอนเต้วางโครงสร้างและค่านิยมผู้ชนะไว้ ซิโมเน อินซากี ก็พาเข้ารอบชิงแชมเปียนส์ลีกถึง 2 ครั้ง และคว้าแชมป์ลีกต่อยอดได้อย่างมั่นคง
5. บททดสอบความกล้าหาญของบอร์ดบริหารชุดใหม่
โครงสร้างบริหารของแมนฯ ยูไนเต็ด (เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์, เจสัน วิลค็อกซ์, โอมาร์ เบอร์ราดา, คริสโตเฟอร์ วิเวลล์) จำเป็นต้องมีใครสักคนเข้ามาท้าทายและดัดนิสัยสโมสรที่ไร้ทิศทาง หากบอร์ดปฏิเสธคอนเต้เพียงเพราะกลัวว่าเขาจะเป็นคนที่จะทำงานด้วยยากหรือก้าวร้าว นั่นไม่ได้แสดงถึงความงดงามขององค์กร แต่มันสะท้อนว่า บอร์ดบริหารกำลังกลัวการถูกท้าทาย และกลัวความรับผิดชอบ
ตัวเลือกอย่าง เอ็ดดี้ ฮาว, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ หรือ ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ อาจเป็นตัวเลือกที่ดูปลอดภัยและสร้างทีมระยะยาวได้ดี แต่ถ้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมิน อันโตนิโอ คอนเต้ เพียงเพราะกลัวการถูกท้าทาย นั่นคือความล้มเหลวของการเป็นผู้นำ และเป็นการทำร้ายสโมสรซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างแท้จริง
Getty
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :
Website : www.truevisions.co.th
Facebook : Truevisions
Twitter : @TrueVisions
Line : @Truevisions
Youtube official : Truevisionsofficial
Instagram : TrueVisions Now